25/02/2026

Blog

DooArai FB Article 2 4

เย็นวันหนึ่ง ขณะที่ชาวเน็ตคนหนึ่งกำลังเดินเล่นในสวนสาธารณะ เขาก็สะดุดตากับภาพที่ทำให้หัวใจอบอุ่นอย่างไม่คาดฝัน เมื่อบนม้านั่งไม้ยาว มีคุณยายผมขาวกำลังนั่งปรบมือและร้องเพลงอย่างเบา ๆ เพื่อ ฉลองวันเกิดให้ตูบแสนรัก

แววตาตูบเต็มไปด้วยความรัก
คุณยายฉลองวันเกิดให้ตูบ แววตาเต็มไปด้วยความรัก

โดยเจ้าตูบตัวดังกล่าวเป็นสายพันธุ์ โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ ที่มีนิสัยเชื่องและอ่อนโยน มันนั่งนิ่งอยู่ข้าง ๆ คุณยายอย่างสงบเสงี่ยม และบนโต๊ะเล็ก ๆ ตรงหน้า มีมงกุฎวันเกิดและเค้กขนาดเล็กที่มีเทียนปักอยู่

รักแท้ของคุณยาย! ฉลองวันเกิดให้ตูบ พร้อมเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์

คุณยายค่อย ๆ ตบมือเบา ๆ พลางร้องเพลง “แฮปปี้เบิร์ดเดย์” ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและอบอุ่น ก่อนจะยื่นมือไปลูบหัวเจ้าตูบอย่างนุ่มนวล แววตาที่เปี่ยมไปด้วยความรัก “ขอบคุณที่เกิดมานะลูก… ยายรักหนูนะ”

ด้านเจ้าตูบผู้เป็นเจ้าของวันเกิด ไม่ได้สนใจเค้กเลยแม้แต่นิดเดียว แต่กลับจ้องมองคุณยายอย่างจดจ่อ สายตานั้นเต็มไปด้วยความรักและความผูกพัน ราวกับว่ามันกำลังบอกคุณยายว่า
“ยายเตรียมให้ผมทั้งหมดนี้เลยเหรอ? ขอบคุณมาก ๆ เลยนะ ผมรักยายนะ ยายคือของขวัญที่งดงามและล้ำค่าที่สุดในชีวิตของผม”

คุณยายฉลองวันเกิดให้ตูบ แววตาเต็มไปด้วยความรัก
ในดวงตาของเจ้าตูบ มีแต่คุณยายนะ~

สายตาและการกระทำที่ทั้งคู่แสดงให้กันมันคือความซาบซึ้งใจและการขอบคุณการมีอยู่ของกันและกันจากหัวใจ

เมื่อคลิปวิดีโอนี้ถูกแชร์ออกไปบนโซเชียล ชาวเน็ตต่างพากันรู้สึกซาบซึ้งใจ โดยแสดงความคิดเห็นบอกว่า “พวกเขาคือทั้งโลกของกันและกัน”, “ขอให้เจ้าหมามีความสุขในวันเกิด และขอให้คุณยายสุขภาพแข็งแรงยืนยาว”, “เป็นภาพที่น่าซึ้งใจมาก ๆ “

 14f4f151 2

ภาพนี้ไม่ได้มีการจัดเตรียมที่หรูหรา ไม่มีพิธีการใหญ่โต แต่กลับสะท้อนถึงความรักที่แท้จริง ความรักของคุณยายที่มีต่อเจ้าตูบ แสดงถึงความใส่ใจและการให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน คุณยายตั้งใจจัดฉลองวันเกิดให้ตูบแสนรัก เพียงเพื่อจะบอกว่า  “ยายดีใจที่หนูเกิดมานะลูก”

เจ้าตูบอาจไม่เข้าใจความหมายของเพลงวันเกิด หรือมงกุฎที่สวมอยู่ แต่ที่มันรับรู้ได้คือความรักและความอบอุ่นที่คุณยายมอบให้ ความสุขไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่ แค่มีใครสักคนที่รักและใส่ใจ ก็เพียงพอที่จะทำให้ชีวิตมีความหมาย แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว

Screenshot 2025 05 14 at 1.58.28 AM

ในโลกที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและวุ่นวาย บางครั้งเราก็ลืมไปว่า ความสุขจริง ๆ อาจอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด…

ข้อมูลและภาพจาก Xiaohongshu/@小虎和大力
อ่านข่าวที่น่าสนใจเพิ่มเติมที่ ดูอะไร

ใครที่มีแมวเป็นลูกต้องอ่าน! เรื่อง “ทรายแมว” นี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เลยนะ เพราะนอกจากจะต้องคำนึงถึงความสะดวกของน้องเหมียวแล้ว เจ้าของอย่างเราก็ต้องคิดถึงเรื่องกลิ่น ความสะอาด และกระเป๋าตังค์ด้วย วันนี้ Dooarai จะพาไปเจาะลึกแบบไม่มีอวย ว่าระหว่าง ทรายแมวเต้าหู้ กับ ทรายแมวเบนโทไนต์ อันไหนดีกว่า? เหมาะกับใคร? แล้วคุณควรเลือกอะไรให้เจ้านายที่บ้านกันแน่?

ทรายแมวเต้าหู้: ทางเลือกสายออร์แกนิกที่กำลังมาแรง

ทรายแมวเต้าหู้ ทำมาจากกากถั่วเหลืองหรือเส้นใยพืชต่าง ๆ มีลักษณะเป็นเม็ดเล็ก เบา สีขาวนวล ๆ คล้ายข้าวโพดป่น บางคนก็เรียก “ทรายแมวออร์แกนิก” เพราะมันเป็นมิตรต่อโลกและต่อแมวสุด ๆ

ข้อดีของทรายแมวเต้าหู้

  • ย่อยสลายง่าย เทลงชักโครกได้เลย ไม่ต้องแยกขยะให้วุ่นวาย
  • ปลอดภัยกับแมวเลีย เพราะทำจากวัสดุธรรมชาติ ถ้าน้องเผลอเลียเข้าปากก็ไม่เป็นอันตราย
  • น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายง่าย ไม่ปวดหลังเวลาเปลี่ยนถุง
  • กลบกลิ่นได้ดีพอสมควร ถ้ามีการดูแลเปลี่ยนทรายบ่อย ๆ

ข้อเสียที่ต้องรู้

  • จับตัวเป็นก้อนนิ่มกว่าเบนโทไนต์ ถ้าใช้ไม่ระวัง อาจแตกเละตอนตัก
  • ราคาแพงกว่านิดหน่อย โดยเฉพาะแบรนด์นำเข้า
  • ดูดความชื้นไวเกินไปในบางครั้ง ถ้าอากาศชื้น อาจละลายหรือจับตัวไม่ดี

ทรายแมวเบนโทไนต์: เจ้าตลาดสายเก๋า ราคาน่าคบ

ทรายแมวเบนโทไนต์ เป็นทรายแมวที่ทำจากแร่ธรรมชาติที่ชื่อว่าเบนโทไนต์ มีคุณสมบัติพิเศษในการดูดซับน้ำและจับตัวเป็นก้อนแข็ง นิยมใช้มานานมากในหมู่ทาสแมวมืออาชีพ

ข้อดีของทรายเบนโทไนต์

  • จับตัวเป็นก้อนแข็งแน่น ตักง่าย ไม่แตกเละ
  • ควบคุมกลิ่นดีเยี่ยม โดยเฉพาะรุ่นที่ผสมคาร์บอนหรือกลิ่นหอม
  • ราคาถูกกว่าเต้าหู้ ในปริมาณที่เท่ากัน
  • หาซื้อง่าย มีทุกห้าง ทุกร้านออนไลน์

ข้อเสียที่ต้องคิด

  • ฝุ่นเยอะ (บางรุ่น) อาจทำให้แมวหรือคนจามได้
  • น้ำหนักมาก ขนย้ายลำบาก ถ้าอยู่คอนโดนี่เหนื่อยเลย
  • ไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทิ้งแล้วต้องแยกขยะ ไม่ควรเทลงชักโครก
  • อาจติดเท้าแมว ถ้าแมวชอบเล่นทราย อาจพาออกไปทั่วบ้าน

Dooarai สรุปให้ ถ้ามีงบและแมวแค่ 1 ตัว เลือก “เต้าหู้” ถ้ามีหลายตัวหรืออยากประหยัด เลือก “เบนโทไนต์”

ไม่มีทรายแมวแบบไหนดีที่สุดในโลก มีแต่แบบที่ เหมาะกับแมวของเราและชีวิตเรา มากที่สุด

บางบ้านอาจเลือกใช้สองแบบสลับกันเลยก็มี เช่น ใช้เบนโทไนต์ตอนอยู่บ้าน ใช้เต้าหู้ตอนเดินทางหรือวันหยุด เพราะเทง่าย สะดวก ไม่ต้องพกที่ตักเยอะ ๆ

คำแนะนำทาสแมวจาก Dooarai

  • อย่าลืมทดลองทีละน้อยก่อนซื้อเยอะ บางแมวเขาเลือกเองเลยนะว่าชอบแบบไหน
  • ลองเปลี่ยนทีละนิด อย่าเปลี่ยนกะทันหัน เดี๋ยวแมวงง ไม่เข้าห้องน้ำ
  • อย่าลืมตักอึทุกวัน ไม่ว่าจะใช้ทรายแบบไหนก็ตาม
  • อย่าหลงแบรนด์ดังอย่างเดียว อ่านรีวิวจากคนเลี้ยงจริงด้วย

ใครกำลังมองหาทรายแมวที่เหมาะกับบ้านตัวเอง ลองดูโปรเด็ด ๆ ที่เราคัดมาให้ตรงนี้เลย !

ทรายเต้าหู้ตัวเด็ด ใช้ดี ราคาน่ารัก << กดเลย

ทราย Bentonite ถูกและดีราคาน่ารัก << กดเลย

ติดตามบทความอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ ดูอะไร 

คู่รักดาราที่ทำให้แฟนๆ ฟินกันทั่วประเทศคงหนีไม่พ้น “อาเล็ก ธีรเดช” และ “โบว์ เมลดา” ที่ล่าสุดเผยโมเมนต์หวานๆ กับแชทแรกที่ทักไปจีบกัน ทำเอาโซเชียลละลายไปตามๆ กัน

อาเล็ก โบว์

จุดเริ่มต้นของความรัก

อาเล็กเล่าว่า พบกับโบว์ครั้งแรกในปี 2564 ขณะถ่ายทำมิวสิกวิดีโอเพลง “โอเครึเปล่า” ของบอย ตรัย ซึ่งโบว์เป็นนางเอกของเอ็มวี หลังจากนั้น ทั้งคู่เริ่มพูดคุยกันผ่านไอจี ก่อนที่อาเล็กจะตัดสินใจทักไปจีบอย่างจริงจัง

แชทแรกที่ทำให้ใจเต้น

อาเล็กส่งข้อความแนะนำตัวอย่างละเอียดถึงโบว์ว่า

“สวัสดีครับ ผมอาเล็ก ธีรเดช อายุเท่านี้ ชอบกินอะไร ทำอะไรบ้าง…”

โบว์ตอบกลับด้วยข้อความแนะนำตัวในลักษณะเดียวกัน ทำให้ทั้งคู่เริ่มต้นความสัมพันธ์ด้วยความเข้าใจและความจริงใจ

อาเล็ก โบว์

โมเมนต์คลั่งรักที่สนามบิน

เมื่ออาเล็กกลับจากต่างประเทศ โบว์ได้ไปเซอร์ไพรส์ที่สนามบิน พร้อมทักทายว่า

“ว่าไง หนุ่มโสด พร้อมจะมีแฟนหรือยัง?”

โมเมนต์นี้ทำให้แฟนๆ ต่างยิ้มตามและชื่นชมในความน่ารักของทั้งคู่

อาเล็ก โบว์

แผนอนาคตและความหวานที่ไม่ลดลง

โบว์เคยบอกไว้ว่า มีแผนจะแต่งงานตอนอายุ 30 ปี และกำลังศึกษาการฝากไข่เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต ส่วนอาเล็กก็แสดงความพร้อมและสนับสนุนแผนของโบว์อย่างเต็มที่

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

Instagram @lekteeradetch

Instagram @bow_maylada

ไทยรัฐออนไลน์

Mrg Online

Polyplus Entertainment

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมที่ ดูอะไร

Facebook : https://www.facebook.com/dooarai.official

หลังจาก “บีเบล ไอยา” อินฟลูเอนเซอร์สาวหน้าใส ออกมาโพสต์ผ่าน IG ประกาศข่าวสำคัญว่าเธอตั้งครรภ์ และตัดสินใจเป็น “แม่เลี้ยงเดี่ยว” อย่างเข้มแข็ง ล่าสุด ฝ่ายชายซึ่งถูกชาวเน็ตจับตามองมาตลอด ก็ได้ออกมาโพสต์แถลงชี้แจงอย่างเป็นทางการผ่านอินสตาแกรมบัญชี @tnk.o20 เมื่อคืนที่ผ่านมา (12 พ.ค. 2568)

แฟนเก่าบีเบล

เนื้อหาโพสต์ของฝ่ายชายแบ่งเป็นข้อ ๆ อย่างละเอียด พร้อมระบุว่า “ต้องขอโทษที่ออกมาชี้แจงล่าช้า จนทำให้เกิดความเข้าใจผิดในบางประเด็น” และยังยืนยันว่า เขา “อยู่เคียงข้างฝ่ายหญิงมาตลอดช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา”

สรุปชัด! ฝ่ายชายเคลื่อนไหวอย่างไร?

จากโพสต์นี้ของ @tnk.o20 ที่กลายเป็นประเด็นดราม่าร้อนแรงในชั่วข้ามคืน

แฟนเก่าบีเบล

แฟนเก่าบีเบล

แฟนเก่าบีเบล

ดราม่าไม่จบ! โซเชียลจับพิรุธคำพูด – ชี้เหมือนมีทนายช่วยร่าง

แม้โพสต์ดังกล่าวจะยาวและดูเหมือนชัดเจน แต่เสียงของ “ชาวเน็ต” กลับยังไม่จบ มีหลายแอคเคานต์บน X (Twitter เดิม) ออกมาวิพากษ์การเลือกใช้ถ้อยคำของฝ่ายชายอย่างเผ็ดร้อน

“พึ่งมาลงเพราะกำลังเรียบเรียงคำพูดอยู่หรอคะ?”

“ข้อความที่พิมพ์ว่า ‘ผมเชื่อในเบื้องต้นว่าเป็นลูกของผม’ คืออะไรคะ? อยู่ด้วยกันตั้งหลายเดือนทำไมยังต้อง ‘เชื่อในเบื้องต้น’ ล่ะ?”

ในขณะที่อีกหลายคนรู้สึกว่า โพสต์ของฝ่ายชายมีภาษาคล้ายเอกสารทางกฎหมาย และสงสัยว่าอาจมี “ทนายช่วยร่างให้” เพื่อควบคุมสถานการณ์และผลกระทบในระยะยาว

จนถึงตอนนี้ “บีเบล” ยังไม่ได้ออกมาตอบกลับหรือพูดถึงโพสต์ชี้แจงของฝ่ายชายอย่างเป็นทางการ แต่หลายคนที่ติดตามเธอใน Instagram ก็ยังคงเข้าไปส่งกำลังใจอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะในคอมเมนต์ที่ยืนยันว่าจะ “อยู่ข้างแม่เลี้ยงเดี่ยวเสมอ”

แต่อย่างไรก็ตาม ดูอะไรเห็นว่าก็มีบางเสียงที่พยายามมองอย่างเป็นกลาง เช่น

“ในเมื่อทั้งคู่บรรลุนิติภาวะแล้ว และต่างคนต่างมีมุมมองของตัวเอง เราเป็นคนนอก อาจจะไม่เห็นทุกอย่างก็ได้”

“ฝ่ายชายก็อธิบายเยอะนะ ฟังดูมีความพยายามจะรับผิดชอบเหมือนกัน”

แสดงให้เห็นว่า แม้โซเชียลจะดูแรง แต่ก็ยังมีพื้นที่ให้คนมองหลายแง่ไว้เช่นกัน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก tnk.o20

และข้อมูลจาก X

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมที่ ดูอะไร

Facebook : https://www.facebook.com/dooarai.official

ผลเลือกตั้งธัญบุรีดุเดือด “พีช บีเอ็ม” ลูกนายกเบี้ยว ยังยืนหนึ่งแม้เจอดราม่าขับรถชน

“พีช บีเอ็ม” ลูกชายนายกเทศมนตรีธัญบุรี ชนะเลือกตั้งแม้มีข่าวฉาวขับรถชน ชาวบ้านยังไว้วางใจหรือแค่พลังบ้านใหญ่หลีนวรัตน์ยังแน่น? วิเคราะห์การเมืองท้องถิ่นแบบเจาะลึก

พีช บีเอ็ม

ดราม่าบีเอ็ม ชนแล้วหนี กลับกลายเป็นแค่กระแสวูบ?

ช่วงต้นพฤษภาคมที่ผ่านมา สังคมออนไลน์ระอุเมื่อมีคลิปเหตุการณ์รถยนต์ BMW สีดำขับพุ่งใส่รถกระบะคันหนึ่งในพื้นที่ลำลูกกา ซึ่งภายหลังพบว่าเป็นรถของนายสมิทธิพัฒน์ หลีนวรัตน์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “พีช บีเอ็ม” ลูกชายของ นายกเบี้ยว หรือ นายกธีรวุฒิ หลีนวรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลธัญบุรี

แม้ครอบครัวจะออกมายอมรับว่า “เป็นเหตุเข้าใจผิด” พร้อมทั้งมีการเยียวยาผู้บาดเจ็บและแสดงความเสียใจผ่านสื่อ แต่เสียงในโซเชียลยังคงดังก้อง เรื่องของ “อภิสิทธิ์ชน” ถูกหยิบยกมาพูดถึงอีกครั้ง

แต่สุดท้าย ‘คะแนนเสียง’ คือคำตอบจากประชาชน

ผ่านไปไม่กี่วัน ผลเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลตำบลลำลูกกา เขต 2 กลับชัดเจนว่า “พีช บีเอ็ม” ยังได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนในพื้นที่ กลายเป็นประเด็นที่หลายคนจับตา — ทำไมคนยังเลือกทั้งที่มีดราม่า? หรือพลังของ “บ้านหลีนวรัตน์” ยังแน่นปึ้กในพื้นที่ธัญบุรี?

การเมืองท้องถิ่นในหลายพื้นที่ของไทยยังมีลักษณะ “บ้านใหญ่ครองเมือง” ซึ่งครอบครัวหลีนวรัตน์ถือเป็นหนึ่งในตระกูลการเมืองที่แข็งแกร่งในจังหวัดปทุมธานีมาหลายสิบปี ด้วยฐานเสียงเก่า การลงพื้นที่ต่อเนื่อง และการบริหารที่หลายคนยอมรับ

แม้โซเชียลมีเดียจะเป็นสนามรบของภาพลักษณ์ แต่การเมืองท้องถิ่นยังเป็นสนามของ “ความผูกพัน” กับประชาชน

  • “เค้าอยู่กับพื้นที่มานาน”
  • “ถึงลูกจะผิด แต่พ่อเค้าทำดีนะ”
  • “เห็นช่วยงานชุมชนตลอด ไม่ได้ทำแค่ตอนหาเสียง”

นี่คือเสียงจากประชาชนในพื้นที่ธัญบุรีที่สื่อหลายสำนักลงพื้นที่สัมภาษณ์ ซึ่งบ่งบอกถึงอีกมุมหนึ่งของการเมืองแบบไทย ๆ ที่อาจดูย้อนแย้งจากโลกโซเชียล แต่กลับสะท้อน “โลกจริง” ได้ชัดเจนที่สุด แต่อย่างไรก็ตามประชาชนคนอื่น ๆ กลับเห็นต่างว่ามีการซื้อเสียงเกิดขึ้น ? มีการตั้งคำถามกับชาวธัญบุรี ว่าคิดอะไรอยู่ ?

พีช บีเอ็ม
ขอบคุณภาพข่าวจาก Thairath News

แม้ “พีช บีเอ็ม” จะรอดจากการเมืองรอบนี้ แต่ภาพลักษณ์ก็ยังสั่นคลอนอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบและจริยธรรมมากกว่าการสานสัมพันธ์แบบครอบครัว

คำถามคือ เหตุการณ์นี้จะเป็นเพียงบทเรียนเล็ก ๆ หรืออาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านในพื้นที่ธัญบุรีในอนาคต?

บ้านใหญ่จะยังครองพื้นที่ได้นานแค่ไหน?

แม้ตระกูลหลีนวรัตน์จะยังคงแข็งแรง แต่อย่าลืมว่าการเมืองรุ่นใหม่กำลังคืบคลานเข้ามา พรรคการเมืองระดับชาติหลายพรรคเริ่มหันมาจับตาการเมืองท้องถิ่นมากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่อย่างปทุมธานีที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงสูงหากมีแคนดิเดตที่น่าเชื่อถือ และใช้นโยบายที่จับต้องได้

บทสรุป คนเลือก “บ้านหลีนวรัตน์” หรือแค่ “ไม่มีตัวเลือก”?

ดูอะไรคิดว่าสุดท้าย คำถามที่หลายคนตั้งไว้ก็คือ ประชาชนเลือก “พีช บีเอ็ม” เพราะเขาและครอบครัวทำดีจริง หรือเพราะระบบท้องถิ่นไม่มีตัวเลือกที่ดีกว่านี้? คำตอบคงไม่ตายตัว และอาจเปลี่ยนไปในทุกการเลือกตั้ง ประชาชนก็ต้องมาลุ้นอนาคตกันต่อไป

ขอขอบคุณข้อมูลจาก :

ไทยรัฐออนไลน์

Bangkok Biz News 

MGR Online

TikTok วัชรา ตาคำ

Thairath News

 

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมที่ ดูอะไร

Facebook : https://www.facebook.com/dooarai.official

แม้เราจะผ่านยุคโควิด-19 มาหลายปีแล้ว แต่ไวรัสตัวนี้ยังไม่ยอมไปไหนง่าย ๆ… โดยเฉพาะตอนนี้ ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับ โควิดสายพันธุ์ใหม่ JN.1 ที่กลายมาเป็น “สายพันธุ์หลัก” ไปเรียบร้อยแล้ว

แม้ความรุนแรงของเชื้อจะไม่ได้หนักเท่าเดิม แต่ความสามารถในการ “แพร่เชื้อเร็ว” และ “ติดซ้ำได้” ทำให้หลายคนเริ่มกลับมาระวังตัวอีกครั้ง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ หรือคนที่มีโรคประจำตัว

JN.1 คืออะไร? เชื้อกลายพันธุ์จากโอมิครอน

สายพันธุ์ JN.1 เป็นลูกหลานของโอมิครอน (Omicron) ที่พัฒนาตัวเองมาจากสายพันธุ์ย่อย BA.2.86 จุดเด่นของมันคือ “ดื้อภูมิมากขึ้น” และ “แพร่เร็วกว่า” สายพันธุ์อื่น ๆ

พูดง่าย ๆ คือ ถ้าคุณเคยติดเชื้อหรือเคยฉีดวัคซีนมาแล้ว… ก็ยังมีโอกาสติดเจ้า JN.1 ได้อีกอยู่ดี

อาการที่พบในผู้ติดเชื้อ JN.1

ข่าวดีคือ ความรุนแรงของเชื้อ ยังไม่ได้เพิ่มขึ้น เทียบกับสายพันธุ์เก่า ๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่น่ากลัว เพราะอาการที่พบในตอนนี้มีดังนี้

  • เจ็บคอมากแบบจู่โจม
  • ไข้ต่ำ ๆ แต่เพลีย
  • น้ำมูกและคัดจมูกเล็กน้อย
  • ลิ้นยังรับรสได้ กลิ่นยังไม่หาย
  • ไม่ค่อยไอหนักเหมือนเดิม แต่ก็ยังมีไอบ้าง

โดยเฉพาะผู้ที่กลับมาจากต่างประเทศ มักมีอาการไอมากกว่าเจ็บคอ สะท้อนให้เห็นว่าสายพันธุ์ที่พบ “อาจจะต่างกัน” จากที่ระบาดในไทย

โควิด 2025

JN.1 ต่างจากสายพันธุ์อื่นยังไง?

สิ่งที่ทำให้ JN.1 น่าจับตามองคือ มัน “กลายพันธุ์แบบเงียบ ๆ” โดยไม่สร้างความเจ็บป่วยหนักเหมือนเดิม แต่แอบแพร่ได้ไวกว่าเดิมมาก

แพทย์บางรายบอกว่า… ตอนนี้บางคนติดโควิดโดยไม่รู้ตัว เพราะอาการน้อย และคิดว่าเป็นหวัดธรรมดา นั่นแหละอันตราย – เพราะติดแล้วก็ออกไปแพร่เชื้อโดยไม่ตั้งใจ

กลุ่มเสี่ยงต้องระวัง – โดยเฉพาะผู้สูงอายุและโรคประจำตัว

แม้คนทั่วไปจะมีอาการเบา ๆ แต่สำหรับคนที่มีโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดัน หรือโรคปอด กลับมีโอกาสพัฒนาอาการรุนแรงได้ง่ายมาก

จุดนี้เองที่ทำให้กระทรวงสาธารณสุขยังคงออกคำเตือน ว่าอย่าชะล่าใจ แม้จะอยู่ในช่วงชีวิตหลังโรคระบาดใหญ่

วิธีป้องกันตัวเองจากโควิดสายพันธุ์ JN.1

ถ้าคุณยังไม่อยากเจอ JN.1 หรือไม่อยากเป็นพาหะให้คนในบ้าน ต่อไปนี้คือสิ่งที่ควรทำ

  • ฉีดวัคซีนบูสเตอร์ ที่ออกแบบให้รับมือกับสายพันธุ์ใหม่
  • สวมหน้ากากอนามัย ในที่คนเยอะ เช่น BTS, MRT, ห้าง
  • ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยเจลหรือสบู่
  • หลีกเลี่ยงพื้นที่แออัด หรืออยู่ในที่อากาศถ่ายเท
  • ตรวจ ATK หากมีอาการ หรือไปในพื้นที่เสี่ยง

สถานการณ์โควิด JN.1 ในประเทศไทยตอนนี้

ตอนนี้ในไทย โควิดสายพันธุ์ JN.1 เป็นตัวหลักในการระบาด ไม่ว่าจะในกรุงเทพฯ หรือจังหวัดใหญ่ ๆ

แม้จะไม่มีการล็อกดาวน์หรือมาตรการคุมเข้มเหมือนอดีต แต่การเฝ้าระวังยังคงจำเป็น – เพราะยิ่งเรา “ไม่ระวัง” ไวรัสมันก็ “ระบาดได้ง่ายขึ้น”

ดูอะไรขอสรุปให้สั้น ๆ สำหรับคนไม่อยากอ่านยาว

  • JN.1 คือโควิดสายพันธุ์ใหม่ กลายพันธุ์จากโอมิครอน
  • อาการไม่รุนแรง แต่แพร่เร็วมาก และติดซ้ำได้
  • กลุ่มเสี่ยงยังต้องระวัง โดยเฉพาะผู้สูงอายุและคนโรคประจำตัว
  • ควรฉีดวัคซีนใหม่ สวมแมสก์ และล้างมือบ่อย ๆ
  • โควิดยังไม่หายไปไหน อย่าเพิ่งชะล่าใจ! มีคนติดทุกวัน!

ขอขอบคุณข้อมูลจาก กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมที่ ดูอะไร

Facebook : https://www.facebook.com/dooarai.official

ต้องบอกเลยว่าการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของนักแสดงสาวชื่อดังชาวไต้หวันอย่าง “สวีซีหยวน” หรือที่ใคร ๆ หลาย ๆ คนคุ้นเคยกันในชื่อ “ต้าเอส” (Barbie Hsu) ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ขณะที่เจ้าตัวเดินทางไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น

ต้าเอส
ต้าเอส

ซึ่งแน่นอนว่าเหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความเสียใจให้กับสามีอย่าง “คูจุนยอบ” หรือ “DJ Koo” เป็นอย่างมาก

ต้าเอส
ต้าเอส

และล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้เว็บไซต์ข่าวต่างประเทศ Mirror Media ได้ออกมาเผยภาพขณะที่น้องสาวของต้าเอสอย่าง “เสี่ยวเอส” ได้ออกมาโพสต์ภาพวันครบรอบ 100 วันของการจากไปของต้าเอส

ต้าเอส
ต้าเอส

โดยในภาพจะสังเกตเห็นว่าคูจุนยอบสามีของต้าเอสดูผอมลงจากภาพลักษณ์ที่ปรากฏในสื่อก่อนหน้านี้มาก ๆ

ต้าเอส
ต้าเอส

ซึ่งหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปก็มีชาวเน็ตเข้าไปแสดงความคิดเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของคูจุนยอบกันเป็นอย่างมาก

ต้าเอส
ต้าเอส

ขอบคุณข้อมูลจาก Mirror Media, Instagram djkoo, Instagram hsushiyuan

อ่านข่าวที่น่าสนใจเพิ่มเติมที่ ดูอะไร

ใครจะคิดว่าแค่ขึ้นเครื่องบินไปเที่ยวดี ๆ จะกลายเป็นเหตุการณ์ที่ทำเอาร้องไห้ไม่หยุด…

นักแสดงสาว “ลิลลี่ ภัณฑิลา” ต้องเจอหลุมอากาศแรงสุดชีวิตกลางอากาศ จนถึงขั้นสะอื้นหนัก เพื่อนปลอบกันมือไม้สั่น

แต่พอคลิปหลุดออกมา – ชาวเน็ตบางคนดันแซะว่า “โอเว่อร์ไปป้ะ?”, “ร้องไห้ทำไมเยอะขนาดนั้น?”

เหตุเกิดบนเครื่องบินเที่ยวหนึ่งที่ลิลลี่โดยสารกับเพื่อน ๆ ยังไม่ทันพ้นชั้นเมฆดี เครื่องบินเจอ “หลุมอากาศ” แบบแรงจัดจนมีคนตัวลอย!

เสียงคนบนเครื่องกรี๊ดกันเบา ๆ ส่วนลิลลี่…นั่งนิ่งไม่ได้จ้า น้ำตาไหลพราก จับมือเพื่อนแน่น สะอื้นแทบไม่หยุด

เพื่อนสองคนข้าง ๆ ก็ต้องคอยปลอบกันใหญ่ บรรยากาศในคลิปคือสติหลุดกันทั้งลำ

ลิลลี่ ภัณฑิลา

ชาวเน็ตแบ่งสองฝั่ง – บางคนเข้าใจ บางคนหาว่า “แกล้ง”

พอคลิปหลุดลงโซเชียล ก็มีเสียงแตกทันที บางคนเข้าใจ บางคนหาว่าแกล้ง

ลิลลี่ ภัณฑิลา

แต่ลิลลี่ก็ไม่ปล่อยให้คอมเมนต์ลบทำร้ายใจเงียบ ๆ เธอออกมาชี้แจงว่า…

ลิลลี่ ภัณฑิลา

แฟนหนุ่ม “ชิน ชินวุฒ” ไม่อยู่เฉย – ลุกขึ้นปกป้องลิลลี่ทันที

งานนี้ไม่ต้องรอใครมาซัพ เพราะแฟนหนุ่มสุดหล่อ “ชิน ชินวุฒ” โผล่มาปกป้องแฟนสาวอย่างแมน ๆ ในไอจีสตอรี่ว่า “คนเรารู้สึกไม่เหมือนกัน… อย่าใช้มาตรฐานของตัวเองไปตัดสินคนอื่นครับ”

หลุมอากาศคืออะไร ทำไมคนถึงกลัวขนาดนั้น?

ใครไม่เคยเจออาจจะงง ๆ ว่าทำไมถึงร้องขนาดนั้น

แต่หลุมอากาศคือแรงกระแทกกลางอากาศที่เกิดจากลม บางทีแรงจนเครื่องบิน “ร่วง” เหมือนฟรีฟอลในสวนสนุก

คนไม่รัดเข็มขัดก็คือลอยหัวชนเพดานได้เลย ไม่ใช่แค่ตกใจเล่น ๆ แต่ถ้าหนักมาก ๆ ก็ถึงขั้นเจ็บตัวได้จริง

ใจเย็น ๆ แล้วถามตัวเองว่า…เราใจร้ายกับคนที่กลัวง่ายไปหรือเปล่า?

เรื่องนี้ไม่ได้แค่บอกว่าเครื่องบินตกหลุมอากาศ แต่มันกำลังตะโกนดัง ๆ ว่า “อย่าตัดสินความกลัวของคนอื่น ด้วยใจที่ด้านชาเกินไป” บางคนร้องให้ฟัง บางคนร้องให้เข้าใจ แต่ไม่ควรมีใครต้อง “ร้องไห้แล้วรู้สึกผิด” เพราะถูกด่าว่าเว่อร์

ดูอะไรขอสรุปให้สั้น ๆ สำหรับคนไม่อยากอ่านยาว

  • ลิลลี่เจอหลุมอากาศกลางเครื่องบิน ตัวลอย-น้ำตาแตกแบบไม่ไหว
  • คลิปกลายเป็นไวรัล ดราม่าตามทันที บางคนหาว่า “แกล้งกลัว”
  • ลิลลี่ออกมาพูดว่า “ไม่ได้ตั้งใจจะทำคอนเทนต์ แค่กลัวมาก”
  • ชิน ชินวุฒ โพสต์ปกป้องแฟนชัดเจน “อย่าตัดสินคนอื่นด้วยมาตรฐานตัวเอง”
  • หลุมอากาศแรงจริง ไม่ได้มโน  ใครเจอก็ขาสั่นได้เหมือนกัน!

ขอขอบคุณแหล่งข่าว :

Brighttv

ข่าวสด

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมที่ ดูอะไร

Facebook : https://www.facebook.com/dooarai.official

ตู่ ปิยวดี - มาวิน

หลังจากรอคอยมายาวนานกว่า 5 ปี ในที่สุด  มาลีนนท์ ผู้จัดละครชื่อดัง ได้ให้กำเนิดทายาทคนแรกแล้วในวัย 46 ปี พร้อมตั้งชื่อน่ารัก ๆ ว่า “น้องเหมียวหมี่” งานนี้ทำเอาแฟน ๆ และเพื่อนดาราแห่ร่วมยินดีกันอย่างล้นหลาม

ความพยายามที่ไม่สูญเปล่า

ตู่ ปิยวดี เปิดใจถึงเส้นทางการเป็นแม่ว่า เธอและสามี มาวิน ทวีผล ต้องเผชิญกับความยากลำบากในการมีลูก เนื่องจากอายุที่เพิ่มขึ้น พยายามไปกว่า 9 ครั้ง ใช้เงินไปหลายล้าน แต่ก็ยังไม่สำเร็จ อย่างไรก็ตาม ความหวังกลับมาอีกครั้งเมื่อได้รับแรงบันดาลใจจาก บุ๋ม ปนัดดา ที่จุดประกายให้เธอลองอีกครั้ง และในที่สุดฝันก็เป็นจริง

photo

‘น้องเหมียวหมี่’ คือความสุขที่รอคอย

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2568 ตู่ ปิยวดี ได้คลอดลูกสาวคนแรก ณ โรงพยาบาลเมดพาร์ค โดยมีสามี มาวิน คอยดูแลไม่ห่าง ภายหลังจากคลอด ตู่ได้โพสต์ภาพสุดอบอุ่นของครอบครัว พร้อมแคปชั่นสุดน่ารักว่า

“หัวหน้าห้องรายงานตัวค่ะ! ใหญ่สุดใน ward สังเกตเห็นง่าย ดูกันชัด ๆ ว่า ‘เหมียวหมี่’ หน้าเหมือนใคร #MawinWadeeBaby”

ภาพความสุขนี้เผยให้เห็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรักของทั้งคุณพ่อและคุณแม่ ทำเอาเพื่อนดาราและแฟนคลับแห่คอมเมนต์ร่วมแสดงความยินดี เช่น “ดีใจด้วยนะคะ น้องน่ารักมาก!”, “หัวหน้าห้องมาแล้ว น่ารักสุด ๆ”, “สมกับที่รอคอยมาตั้ง 5 ปี”

collage 2

ทั้งนี้ ตู่ ปิยวดี กล่าวด้วยความซาบซึ้งว่า “น้องเหมียวหมี่คือความสุขที่เรารอคอยมากว่า 5 ปี ตู่และมาวินจะเลี้ยงเขาให้ดีที่สุด ให้สมกับที่ทุกคนรอคอย” จากที่เคยคิดว่าคู่เราคงหมดหวังกับการมีลูกเพราะตู่อายุเยอะแล้วและพยายามไปกว่า 9 ครั้งก็ไม่สำเร็จสักที เราทั้งคู่เสียเงินไปหลายล้านแต่ทุกครั้งก็เจอแต่ความผิดหวัง

gal 9787850 20250511014710 ba68d1f

แม้ว่าการเดินทางจะยากลำบาก แต่ความพยายามของทั้งคู่ก็สัมฤทธิ์ผล เมื่อครอบครัวมาลีนนท์ได้มีทายาทคนใหม่มาเติมเต็มความอบอุ่น ทีมงานเว็บไซต์ดูอะไร ขอแสดงความยินดีกับคุณตู่ ปิยวดี และคุณมาวิน ทวีผล ด้วยนะคะ! 🎉
ขอให้น้องเหมียวหมี่สุขภาพแข็งแรง เลี้ยงง่าย และเป็นแก้วตาดวงใจของครอบครัวตลอดไปค่ะ ขอให้ครอบครัวมาลีนนท์เต็มไปด้วยความสุขและความอบอุ่น พร้อมต้อนรับสมาชิกตัวน้อยคนใหม่อย่างน่ารักนะคะ!

ขอบคุณภาพจาก tu_piyawadee

อ่านข่าวที่น่าสนใจเพิ่มเติมที่ ดูอะไร

DooArai FB Article 2 3

เกิดเหตุการณ์ชวนอมยิ้มในโลกโซเชียล เมื่อเจ้าเหมียวแมวพลัดหลงจอมซ่าไปโผล่ที่ สน.คลองตัน แต่เรื่องไม่จบแค่นั้น เพราะน้องเหมียวดันไปทะเลาะกับตำรวจเวร แถมเกือบได้เป็น “ผู้ต้องหา” โทษฐาน “พยายามสวบเจ้าพนักงาน” อีกต่างหาก! งานนี้เรียกได้ว่าทำคุณบูชาโทษเลยจริงจริ๊ง

collage

โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Da Parinda Pakeesuk ได้โพสต์ตามหาเจ้าของแมว พร้อมข้อความขำขันว่า “ขออนุญาตฝากแชร์ รับแจ้งแมวพลัดหลง 1 อัตรา แมวใครหายรีบมารับที่ สน.คลองตัน ด่วน เนื่องจากตอนนี้น้องจะสวบร้อยเวรแล้วครับ และทะเลาะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเวร จับตั้งข้อหา“พยายามสวบเจ้าพนักงาน” พรุ่งนี้ฝากขัง พร้อมพิกัดและเบอร์โทรติดต่อ

พร้อมกับทิ้งท้ายไว้ด้วยว่า “นอกจากจับงู เกี่ยวข้าว ยังหาบ้านให้แมวหลงอีกกกก 5555 ตูจะรั่ววววว”

collage1

หลังจากโพสต์นี้เผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตพากันคอมเมนต์ด้วยความเอ็นดู เช่น “จับนอนคุกสักคืน รอแม่มาประกันตัว”, “หน้าน้องพร้อมบวกตลอดเวลา”, “โห่ น้องน่ารักมาก เจ้าของน่าจะตามหาใจสลายแล้วมั้งเนี้ย”

GqjHJ9obYAAWBg5
หรือนี่จะเป็นสีหน้าของแมวที่รู้ตัวว่ากำลังจะได้กลับบ้านในเร็ว ๆ นี้

เจอเจ้าของแล้ว! ล่าสุด ร.ต.อ.ยุคล ภาคีสุข รอง สว.(สอบสวน) สน.คลองตัน เจ้าของเฟซบุ๊ก Da Parinda Pakeesuk ได้โพสต์อัปเดตว่า

เอ็งก็สบายใจเกิ๊น เอ็งคือผู้ประสบภัยนะ หรือนี่มันคือแผนของเอ็งกันแน่ ตอนนี้เจอเจ้าของน้องแล้วนะครับ เดี๋ยวผมจะนัดรับเสียค่าปรับนะครับ” พร้อมกับขอบคุณชาวเน็ตที่ช่วยการแชร์ตามหาเจ้าของน้อง จนกลายเป็นไวรัลไปทั่วโลกออนไลน์

collage 1

งานนี้เมื่อเจ้าของตัวจริงปรากฏตัว และน้องเหมียวผู้ก่อเหตุได้กลับบ้านไปในที่สุด โดยไม่ลืมแวะ “ขอโทษ” เจ้าหน้าที่ที่เผลอไปสวบตอนแรก

496391692 4120496191512250 6068989644061593552 n

ขอบคุณข้อมูลจาก Da Parinda Pakeesuk
อ่านข่าวที่น่าสนใจเพิ่มเติมที่ ดูอะไร